OutDept

ร้านไม่ขึ้นบน Google Maps? 9 วิธีปรับ Google Business Profile ที่ได้ผลจริง

25 ตุลาคม 2569·อ่าน 4 นาที

เมื่อคนค้นหา “ใกล้ฉัน” Google Maps คือตัวตัดสินว่าใครจะได้รับสาย 9 วิธีปรับ Google Business Profile ที่ช่วยให้ธุรกิจท้องถิ่นถูกค้นเจอและถูกเลือก

ลองค้นหา “ร้านกาแฟใกล้ฉัน” “รถเช่า ภูเก็ต” หรือ “ทำฟัน สุขุมวิท” แล้วดูว่าอะไรขึ้นมาก่อน คำตอบคือแผนที่ที่มีธุรกิจไม่กี่แห่ง ธุรกิจไม่กี่แห่งนี้ได้สายโทร คลิก และลูกค้าที่เดินเข้าร้านไปเกือบทั้งหมด ถ้าธุรกิจของคุณไม่อยู่ตรงนั้น ลูกค้าจำนวนมากจะไม่มีวันรู้ว่าคุณมีตัวตน ไม่ว่าเว็บไซต์ของคุณจะดีแค่ไหน ข่าวดีคือ Google Business Profile ใช้ฟรี และปัจจัยส่วนใหญ่ที่กำหนดอันดับของคุณอยู่ในมือคุณเอง

Google ตัดสินอย่างไรว่าใครจะขึ้นบนแผนที่

Google ระบุว่าผลการค้นหาในพื้นที่ขึ้นอยู่กับสามปัจจัยหลัก ได้แก่ ความเกี่ยวข้อง (โปรไฟล์ของคุณตรงกับสิ่งที่ค้นหาแค่ไหน) ระยะทาง (คุณอยู่ใกล้ผู้ค้นหาหรือสถานที่ที่ระบุในการค้นหาแค่ไหน) และความโดดเด่น (ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จักและน่าเชื่อถือแค่ไหน รวมถึงรีวิว ลิงก์ และบทความที่พูดถึง) คุณย้ายร้านไม่ได้ แต่ปรับความเกี่ยวข้องและความโดดเด่นได้อีกมาก

1. อ้างสิทธิ์และยืนยันโปรไฟล์ของคุณ

ค้นหาธุรกิจของคุณบน Google Maps ถ้ามีอยู่แล้วให้อ้างสิทธิ์ ถ้ายังไม่มีให้สร้างที่ business.google.com Google จะขอให้คุณยืนยันตัวตน ส่วนใหญ่ด้วยวิดีโอสั้น ๆ ที่ถ่ายให้เห็นสถานที่และป้ายร้าน บางครั้งยืนยันทางโทรศัพท์หรืออีเมล โปรไฟล์ที่ยังไม่ยืนยันมักได้อันดับไม่ดี และคุณควบคุมได้ยาก

2. เลือกหมวดหมู่หลักให้ถูกต้อง

หมวดหมู่หลักเป็นหนึ่งในสัญญาณความเกี่ยวข้องที่แรงที่สุด เลือกหมวดที่เจาะจงที่สุดที่ตรงกับธุรกิจ เช่น “ร้านอาหารทะเล” แทน “ร้านอาหาร” แล้วเพิ่มหมวดหมู่รองสำหรับบริการอื่นที่คุณมีจริง

3. ใช้ชื่อธุรกิจจริง ไม่ต้องเติมอะไร

การยัดคีย์เวิร์ดลงในชื่อธุรกิจ เช่น “วิลล่าให้เช่าภูเก็ต ถูกที่สุด ดีที่สุด” ผิดหลักเกณฑ์ของ Google และอาจทำให้โปรไฟล์ถูกระงับ ใช้ชื่อตามป้ายร้าน แล้วปล่อยให้หมวดหมู่ บริการ และรีวิวทำหน้าที่ของมัน

4. ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรต้องตรงกันทุกที่

ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของคุณควรตรงกันทุกตัวอักษร ทั้งบนเว็บไซต์ Google Business Profile เพจ Facebook LINE Official Account และไดเรกทอรีต่าง ๆ ข้อมูลที่ไม่ตรงกันทำให้ Google มั่นใจน้อยลงว่าคุณคือใครและอยู่ที่ไหน

5. กรอกข้อมูลให้ครบทุกช่อง

เวลาเปิด-ปิด เวลาทำการวันหยุด บริการ สินค้า ช่วงราคา คุณลักษณะต่าง ๆ ลิงก์สำหรับจอง และคำอธิบายที่เขียนเพื่อลูกค้า ไม่ใช่เพื่อคีย์เวิร์ด โปรไฟล์ที่ครบถ้วนทำให้ Google มีข้อมูลให้จับคู่มากขึ้น และให้ลูกค้ามีเหตุผลที่จะเลือกคุณมากขึ้น

6. ใส่รูปจริง และเพิ่มอย่างสม่ำเสมอ

แสดงหน้าร้านให้คนจำได้จากถนน รวมถึงภายในร้าน ทีมงาน สินค้า และผลงาน โปรไฟล์ที่มีรูปจริงและใหม่อยู่เสมอดูมีชีวิตชีวา ส่วนโปรไฟล์ที่มีแต่รูปสต็อกกับโลโก้เบลอ ๆ หนึ่งรูปดูเหมือนถูกทิ้งร้าง

7. ได้รีวิว Google เพิ่มขึ้นด้วยวิธีที่ถูกต้อง

รีวิวมีผลทั้งต่ออันดับและการตัดสินใจของลูกค้า ขอรีวิวจากลูกค้าที่พอใจทุกคนในจังหวะที่เขาพอใจที่สุด พร้อมลิงก์ตรงไปหน้ารีวิว หรือ QR วางไว้ที่เคาน์เตอร์ อย่าให้ส่วนลดหรือของแถมแลกกับรีวิว และอย่าขอเฉพาะลูกค้าที่คิดว่าจะให้คะแนนดี เพราะทั้งสองอย่างผิดนโยบายของ Google

8. ตอบทุกรีวิว โดยเฉพาะรีวิวที่ไม่ดี

การตอบรีวิวเชิงลบอย่างใจเย็นและตรงประเด็น ช่วยให้ลูกค้าในอนาคตเห็นว่าคุณจัดการปัญหาอย่างไร ขอบคุณสำหรับรีวิวดี ๆ ด้วย การตอบรีวิวแสดงให้เห็นว่าธุรกิจยังดำเนินอยู่และใส่ใจลูกค้า

9. เชื่อมโปรไฟล์กับเว็บไซต์ของคุณ

ใส่ลิงก์เว็บไซต์ในโปรไฟล์ และตรวจสอบว่าเว็บไซต์แสดงที่อยู่ เบอร์โทร และเวลาทำการเดียวกัน พร้อมลิงก์ไปยังตำแหน่งบนแผนที่ เว็บไซต์ที่เร็ว ใช้งานบนมือถือได้ดี และมีหน้าแยกสำหรับบริการหลักแต่ละอย่าง ช่วยเสริมทั้งความเกี่ยวข้องและความโดดเด่น

อย่าเสียเงินกับสิ่งเหล่านี้

ระวังคนที่ขายการันตีอันดับหนึ่งบน Google Maps แพ็กเกจรีวิว หรือป้าย “ยืนยันแล้ว” แบบพิเศษ รีวิวปลอมถูกลบเป็นชุด ๆ และโปรไฟล์ที่ถูกระงับกู้คืนได้ช้า การปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและจริงใจคือสิ่งที่ชนะในระยะยาว

OutDept ตั้งค่าและปรับแต่ง Google Business Profile ควบคู่กับเว็บไซต์ที่เร็วและพร้อมสำหรับ Local SEO ให้ธุรกิจทั่วประเทศไทย ถ้าลูกค้าค้นหาบริการใกล้ ๆ แล้วไม่เจอคุณ เราจะหาสาเหตุและแก้ไขให้

มีโปรเจกต์อยู่เบื้องหลังคำถามนี้ไหม?

บอกเราถึงปัญหา ไม่ใช่ชื่อบริการ — เราจะกำหนดขอบเขตอย่างเหมาะสมก่อนเสนอราคาใดๆ

ติดต่อเรา

ธุรกิจ

← บทความทั้งหมด